3.
กรณีได้ดำรงตำแหน่งนักเทคนิคการแพทย์ หรือนักรังสีการแพทย์แล้วให้นำระยะเวลาการดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานวิทยาศาสตร์การแพทย์และเจ้าหน้าที่รังสีการแพทย์มานับรวมเป็นระยะเวลาที่เกี่ยวข้องหรือเกื้อกูลกับสายงานเทคนิคการแพทย์ และสายงานรังสีการแพทย์ ระดับชำนาญการได้ตามลำดับ โดยให้พิจารณาระยะเวลาที่ได้ปฏิบัติงานในช่วงที่ผู้นั้นมีคุณสมบัติตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง และข้อกำหนดอื่นที่ ก.พ.กำหนดและต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับ 3 หรือเทียบเท่า รวมทั้งให้นับได้ไม่ก่อนวันที่รายงานตัวกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการ (กรณีลาศึกษา) และไม่ก่อนวันที่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาเทคนิคการแพทย์ (สำหรับตำแหน่งนักเทคนิคการแพทย์)
พอจะเห็นซึ่งความแตกต่างหรือยังครับ ว่าสายงานเทคนิคการแพทย์ แตกต่างจากสายงานพยาบาลเช่นไรบ้างในเรื่องความก้าวหน้าในวิชาชีพ เท่ากับว่าจพ.วิทย์ที่ไปเรียนก่อน ซี6 เดิม ไม่มีความหมายอะไรเลย ไม่รู้ว่าคนพิจารณาได้ข้อมูลลักษณะการทำงานที่ถูกต้องหรือเปล่า
เพราะจากลักษณะงานที่พยาบาลเทคนิค กับพยาบาลวิชาชีพ ปฏิบัติงานนั้น มีลักษณะที่ไม่แตกต่างกัน และเมื่อเทียบเคียงกับ จพ.วิทย์กับนักเทคนิคการแพทย์ คนอยู่ในวงการ ก็จะรู้ว่าลักษณะการทำงาน ก็ไม่ได้แตกต่างกันมากเท่าไหร่ เพราะจะเห็นได้จาก บางรพ. ไม่มีนักเทคนิคการแพทย์ มีจพ.วิทย์ ก็ยังปฏิบัติงานได้ ภายใต้การควบคุมของแพทย์ เพราะฉะนั้นน่าจะมีระเบียบที่เป็นไปในทางเดียวกัน ถึงจะยุติธรรม เพราะทุกคนก็ปฏิบัติงานเพื่อประชาชนเหมือนกัน
รู้สึกว่าระเบียบที่ออกมาจะเอื้อกับพยาบาลมากๆ แต่ไม่ใช่สำหรับจพ.วิทย์ ที่ไปเรียนต่อ ตั้ง 4 ปีเต็มๆๆ เท่ากับว่าเราต้องนับหนึ่งใหม่หลังจบ ต้องรออีก 6 ปี กว่าจะได้ชำนาญการ
ไม่ได้เรียกร้องเพราะว่าเห็นแก่ตัวหรืออยากจะได้หรอกครับ
แต่เรียกร้องเพื่อความเท่าเทียมกัน และเป็นสิทธิที่พึงได้รับหากไม่มีสายงานไหนได้ ก็คงไม่คิดมากหรอกคับ
รู้สึกเหนื่อยและท้อแล้วคับ กับวงการ ราชการไทย (แต่ไม่ท้อแท้ที่จะทำประโยชน์เพื่อคนไข้นะคับ)