สภาเทคนิคการแพทย์
The medical technology council

รศ.ทนพญ.ยุพา เอื้อวิจิตรอรุณ นายกสภาเทคนิคการแพทย์ ร่วมประชุมแผนกำลังคน และการหารือความร่วมมือ ระหว่างสภาวิชาชีพด้านสุขภาพกับกระทรวงสาธารณสุข

Admin |  2018-05-01 14:01:12 |  1104 |  0 |  0 

เช้า2.jpg

เมื่อวันจันทร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ.2561 เวลา 09.00-12.00 น. ที่ผ่านมา รศ.ทนพญ.ยุพา เอื้อวิจิตรอรุณ นายกสภาเทคนิคการแพทย์ และทนพญ.สมพิศ ปินะเก อุปนายกสภาเทคนิคการแพทย์คนที่ 1 เข้าร่วมประชุมแผนกำลังคน และหารือความร่วมมือ ระหว่าง สภาวิชาชีพด้านสุขภาพ กับกระทรวงสาธารณสุข ณ ห้องประชุมประยูรภมรมนตรี ชั้น 3 อาคารสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมี ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานกล่าวถึงนโยบายกระทรวงสาธารณสุข และแพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงทิศทางความร่วมมือ ระหว่าง สภาวิชาชีพฯ กับกระทรวงสาธารณสุข

เช้า4.jpg

ในการประชุมหารือฯครั้งนี้ รศ.ทนพญ.ยุพา เอื้อวิจิตรอรุณ นายกสภาได้นำเสนอประเด็นความร่วมมือระหว่าง สภาวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ กับกระทรวงสาธารณสุข โดยการให้ข้อมูลสถานการณ์และการคาดการณ์กำลังคนของสภาวิชาชีพเทคนิคการแพทย์

เช้า5.jpg

ppt2.png

ppt3.png

นำเสนอ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย

  1. ใช้กระบวนการทางเทคนิคการแพทย์เพื่อสร้างเสริมสุขภาพ (health promotion) ในระดับ โมเลกุลผ่านระบบบริการสุขภาพ (ปฐมภูมิ ทุติยภูมิ ตติยภูมิ) ที่มีอยู่ และผ่านภาคเอกชน (คลินิก เทคนิคการแพทย์) เพื่อลดภาระงานบริการและค่าใช้จ่ายในสถานพยาบาล
  2. สร้างเสริมการดูแลสุขภาพตามกลุ่มวัยโดยกระบวนการทางเทคนิคการแพทย์และเสริมศักยภาพ สร้างความตระหนักรู้ในการดูแลสุขภาพของตนเองในประชากรช่วงวัยต่างๆ
  3. ภาครัฐ ควรส่งเสริมให้นักเทคนิคการแพทย์มีการสร้างเครือข่ายห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ เพื่อให้ประชาชนทุกแห่งเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพ และร่วมกับทีมสุขภาพในระดับชุมชน (FCT) สร้างเสริมสุขภาพด้วยบริบทของวิชาชีพ
  4. พัฒนาศักยภาพของนักเทคนิคการแพทย์ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือขององค์กรวิชาชีพกับ กระทรวงสาธารณสุขผ่านกระบวนการทำวิจัยและพัฒนางาน
  5. คืนตำแหน่งเกษียณอายุราชการ และปรับตำแหน่ง จพว.ที่เกษียณเป็นตำแหน่งนักเทคนิคการแพทย์ เพื่อบรรจุลูกจ้างชั่วคราวเป็นข้าราชการ

และข้อเสนอความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข ในการทำงานตามบริบทของวิชาชีพ เพื่อสนับสนุน ยุทธศาสตร์ 4 ด้านของกระทรวงสาธารณสุข ได้แก่

  1. P & P Excellent

  • บทบาทในการตรวจคัดกรองสภาวะสุขภาพและความเสี่ยงของโรค ที่เป็นปัญหาของประเทศ

  • ร่วมพัฒนาห้องปฏิบัติการเฝ้าระวังและควบคุมโรคติดต่อ และไม่ติดต่อเรื้อรัง รวมถึงภัยพิบัติต่างๆ (Disaster) ภาวะฉุกเฉิน และการแพร่กระจายของสารพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

  • การส่งเสริมความปลอดภัยด้านอาหาร (Food safety) รวมถึงการส่งเสริมสุขภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค ตลอดจนปรับลดการใช้สารเคมีทาง การเกษตรของผู้ผลิตและการตรวจประเมินทางสิ่งแวดล้อม

      2.  Service Excellent

  • การใช้บริบทเทคนิคการแพทย์ชุมชนในการเสริมศักยภาพ PCC และการทำงานในลักษณะวิชาชีพ รวมถึงการเชื่อมโยงกับ อาสาสมัครระดับพื้นที่

  • พัฒนาแผนการบริการสุขภาพ (Service plan) อย่างมีประสิทธิภาพ และแนวทางการดูแลสร้างเสริมสุขภาพตามกลุ่มวัย

  • การสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อสนองตอบทิศทางการเป็นศูนย์ความเป็นเลิศ (Excellent center)

  • การพัฒนาคุณภาพมาตรฐานห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ระดับต่างๆ

  • การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ เช่น Home base/Community based healthcare technology

    3. Governance Excellent

  • การร่วมพัฒนาระบบการจัดซื้อจัดจ้าง การกำหนดมาตรฐาน คุณลักษณะ และประเมินความคุ้มค่าของเทคโนโลยีบนฐาน งานวิจัยและวิชาการ

  • การพัฒนาความร่วมมือทางการวิจัยและการจัดการความรู้ทางเทคนิคการแพทย์และการพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ เพื่อยกระดับศักยภาพและ ประสิทธิภาพการให้บริการทางสุขภาพอย่างมีคุณภาพ

  • การพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยที่เหมาะสมเพื่อการควบคุมป้องกันโรค การคุ้มครองผู้บริโภคและการดูแลสร้างเสริมสุขภาพประชาชน

  • การควบคุมและแก้ไขการระบาดของเชื้อและลดอุบัติการณ์การดื้อยา ตลอดจนการใช้ยาอย่างเหมาะสม

     4.  People Excellent

  • การวางแผนกำลังคน การกำหนดตำแหน่งโครงสร้างอัตรากำลัง การกระจายตัว และความก้าวหน้าในสายงานของวิชาชีพ

  • ผลิตบัณฑิตให้เป็น “นักเทคนิคการแพทย์ 4.0” ซึ่งมีสมรรถนะสูง มีความสามารถพัฒนางานบริการที่มีประสิทธิภาพ สนองตอบต่อความต้องการของประชาชนและนโยบายสุขภาพแห่งชาติ

  • ส่งเสริมการศึกษา การวิจัย และการสร้างนวัตกรรมของผู้ประกอบวิชาชีพ ให้สอดคล้องกับนโยบาย “ประเทศไทย ๔.๐” ของรัฐบาล และ MOPH 4.0

  • ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาต่อเนื่อง หลักสูตรเฉพาะทางเพื่อเพิ่มความเชี่ยวชาญ

  • ส่งเสริมให้โรงพยาบาลในระดับต่าง ๆ ในสังกัด กสธ.ร่วมกับหน่วยงานในมหาวิทยาลัยและชุมชนในพื้นที่ เป็นแหล่งเรียนรู้วิจัยและพัฒนาหน่วยงาน ฝึกอบรมและฝึกปฏิบัติทางวิชาชีพแก่นักศึกษาและบุคลากรทางวิชาชีพสู่ความเป็นมืออาชีพ

  • ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบวิชาชีพ สนับสนุนการใช้ความรู้ในการพัฒนาคุณภาพงาน การสร้างนวัตกรรม และการศึกษาวิจัยจากงาน ประจำ (R2R)

ppt4.png