สภาเทคนิคการแพทย์
The medical technology council

นายกสภาเทคนิคการแพทย์ ประชุมความร่วมมือการทำงานด้านเทคนิคการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

Admin |  2018-12-25 21:40:52 |  502 |  0 |  0 

2.jpg

นายกสภาฯ ประชุมความร่วมมือการทำงานด้านเทคนิคการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2561 รศ.ยุพา เอื้อวิจิตรอรุณ นายกสภาเทคนิคการแพทย์ ดร.สลักจิต ชุติพงษ์วิเวท นายกสมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทยในพระอุปถัมภ์ฯ ชมรมเทคนิคการแพทย์รพศ./รพท. ชมรมเทคนิคการแพทย์กระทรวงสาธารณสุข และชมรมเทคนิคการแพทย์ชุมชนแห่งประเทศไทย ได้เข้าร่วมประชุมหารือการทำงานด้านเทคนิคการแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุข ณ ห้องประชุม 902 ชั้น 9 อาคาร 14 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยมี นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยรองอธิบดี นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน นายแพทย์พิเชษฐ์ บัญญ้ติ  และผู้บริหารหน่วยงานของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่เกี่ยวข้อง

การประชุมดังกล่าว เป็นผลสืบเนื่องจากการประชุมหารือการทำงานด้านเทคนิคการแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุข ครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 โดยได้นำ 4 ประเด็นหลักคือ ด้านอัตรากำลัง ด้านงานบริการทางห้องปฏิบัติการเทคนิคการแพทย์ในอนาคต และห้องปฏิบัติการด้านพื้นฐานของประเทศกับความมั่นคง และด้านเครือข่ายห้องปฏิบัติการเทคนิคการแพทย์ มาพิจารณาในรายละเอียด

ทั้งนี้ ด้านอัตรากำลังคนของโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปและโรงพยาบาลชุมชนสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ปัจจุบันมีจำนวน 6,125 คน คิดเป็นร้อยละ 81.8  ของกรอบอัตรากำลังตาม FTE ขั้นต่ำ  และคิดเป็นร้อยละ  73 ของกรอบอัตรากำลังขั้นสูงตาม FTE  และต้องการนักเทคนิคการแพทย์เพิ่มเติมจำนวน 1,759 คนนั้น ที่ประชุมเห็นว่า การพิจารณาเพิ่มอัตรากำลังอาจจะไม่สามารถดำเนินการได้ในเวลาอันสั้น แต่อาจแก้ปัญหาด้วยการการบริหารจัดการ เช่น การดำเนินการในรูปแบบเครือข่ายเทคนิคการแพทย์ ระดับจังหวัด ทั้งภาครัฐทุกหน่วยงาน ภาคเอกชน  ตลอดจนคลินิกเทคนิคการแพทย์ วางระบบความร่วมมือในการบริการ ด้วยการส่งต่อตัวอย่างเพื่อทดสอบระหว่างโรงพยาบาลตามศักยภาพ และคลินิกเทคนิคการแพทย์   รวมทั้งจะมีการศึกษารูปแบบการจัดการร่วมบริการระหว่างโรงพยาบาลชุมชนที่ขาดนักเทคนิคการแพทย์  ทั้งในและนอกเวลาราชการ นอกจากนี้ ยังอาจพัฒนาให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจตามสิทธิประโยชน์ ณ คลินิกเทคนิคการแพทย์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน เพื่อลดความแออัดในโรงพยาบาล และความคุ้มค่าคุ้มทุน

ด้าน รูปแบบงานบริการด้านเทคนิคการแพทย์ในอนาคต  ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องการใช้เทคโนโลยีทันสมัยตามยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0  Genomics Thailand 4.0 /Precision Medicine  และการผลักดันงานเทคนิคการแพทย์ เข้าสู่ระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ (PCC) ตามนโยบายและยุทธศาสตร์ MOPH 4.0 ที่เน้นการส่งเสริมสุขภาพ ( Promotion) การป้องกัน (Prevention) และการคุ้มครอง( Protection) ร่วมดูแลสุขภาพทุกช่วงวัยในชุมชน ทั้งนี้ โดยตระหนักว่า ประชาชนมีความคาดหวังกับการตรวจทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ที่สะดวก ได้ผลการตรวจถูกต้อง แม่นยำ รวดเร็ว นอกจากนี้ นักเทคนิคการแพทย์จะต้องศึกษาต่อเนื่องตลอดชีวิต เพื่อให้ทันต่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และพัฒนาความสามารถในการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อพัฒนางาน

สำหรับด้านพื้นฐานของประเทศกับห้องปฏิบัติการในอนาคต กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะมีการจัดตั้งศูนย์ทรัพยากรชีวภาพแห่งชาติ (DMSc-National Bioresources Center) การพัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการเครือข่ายเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ การออกกฎหมายว่าด้วยเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ รวมทั้งจัดทำแผนงานบูรณาการ การตรวจทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์กับหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ กรมควบคุมโรค กรมการแพทย์ กรมอนามัย กรมสุขภาพจิต เพื่อลดความซ้ำซ้อนและลดงบประมาณ ซึ่งจะมีการเพิ่มเติมข้อมูลพื้นฐานของประเทศเกี่ยวกับห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ในภาพรวมของประเทศ เช่น จำนวนห้องปฏิบัติการภาครัฐและเอกชนทั้งประเทศ จำนวนห้องปฏิบัติการตามระดับความปลอดภัย และความเพียงพอกับความต้องการของประชาชน เป็นต้น

ส่วนด้านเครือข่ายห้องปฏิบัติการเทคนิคการแพทย์นั้น มีการนำเสนอโครงสร้างองค์กรเครือข่ายฯ ให้ที่ประชุมพิจารณา ซึ่งที่ประชุมมีมติให้ปรับชื่องานที่กองบริหารการสาธารณสุขรับผิดชอบในโครงสร้างองค์กรเครือข่ายห้องปฏิบัติการเทคนิคการแพทย์ เป็น “งานพัฒนาระบบบริการเทคนิคการแพทย์” และให้เพิ่มผู้ประสานงานระดับจังหวัดและระดับเขต ที่เป็นผู้ปฏิบัติงานจริง มิใช่ตามตำแหน่ง กำหนดบทบาทหน้าที่  แสดง Output/Outcome ให้ชัดเจน พร้อมเพิ่มหัวหน้าผู้ตรวจราชการในคณะกรรมการที่ปรึกษา โดยจะนำเรียนปลัดกระทรวงสาธารณสุขเพื่อสั่งการและผลักดันให้เป็นรูปธรรมต่อไป

โอกาสนี้ นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ให้ข้อเสนอแนะต่อที่ประชุมว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นแกนกลางของห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ทั้งในและนอกกระทรวงสาธารณสุข ต้องประสานทั้งด้านบน คือผู้บริหารองค์กรต่างๆ และประสานกับทีมล่าง คือผู้ปฏิบัติ ประสานแนวขวางกับกรม และ องค์กรต่างๆ นอกจากนี้ยังให้ข้อเสนอแนะด้วยว่า ภาวะการผลิตบัณฑิตที่ล้นตลาดแล้ว สถาบันการศึกษาไม่ควรเพิ่มจำนวนการผลิต และแนวโน้มของนักเทคนิคการแพทย์ในอนาคต ต้องมีความสามารถที่จะเป็นนักวิจัย และสร้างนวัตกรรมได้

1.jpg

รายการไฟล์แนบ :
ประชุมการทำงานด้านเทคนิคการแพทย์-กรมวิทย์ 14 ธค.18-edit23-12-61.pdf ( Filesize : 236 KB )