สภาเทคนิคการแพทย์
The medical technology council

02132020 อัพเดตแนวทางการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ตามแนวทางการเฝ้าระวังและสอบสวนโรคไวรัสโคโรนา 19 (Coronavirus Disease 2019: COVID-19) อัพเดตเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2563

Admin |  2020-02-13 08:16:08 |  3888 |  0 |  0 

สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง(สปคม.) กรมควบคุมโรคติดต่อ กำหนดแนวทางการเฝ้าระวังและสอบสวนโรคไวรัสโคโรนา 19 (Coronavirus Disease 2019: COVID-19)ไว้ดังนี้

COVID.jpg

2. ผู้ป่วยเข้าข่าย (Probable) ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคที่มีผลตรวจทางห้องปฏิบัติการพบสาร พันธุกรรมของเชื้อไวรัสโคโรนา 19 โดยวิธี PCR ยืนยันจากห้องปฏิบัติการ 1 แห่ง หรือ Sequencing หรือเพาะเชื้อ

3. ผู้ป่วยยืนยัน (Confirmed) ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคที่มีผลตรวจทางห้องปฏิบัติการพบสาร พันธุกรรมของเชื้อไวรัสโคโรนา 19 โดยวิธี PCR ยืนยันจากห้องปฏิบัติการ 2 แห่ง หรือ Sequencing หรือเพาะเชื้อ

4. ผู้ติดเชื้อไม่มีอาการ (Asymptomatic infection) ผู้ที่มีผลตรวจทางห้องปฏิบัติการพบสาร พันธุกรรมของเชื้อไวรัสโคโรนา 19 โดยวิธี PCR ยืนยันจากห้องปฏิบัติการ 2 แห่ง หรือ Sequencing หรือเพาะเชื้อ แต่ไม่มีอาการและอาการแสดง

*** เน้นในส่วนข้อมูลที่ห้อง Lab ควรทราบ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ File แนบ

การเก็บตัวอย่างส่งตรวจ

1. ในกรณีของผู้ป่วยที่มีอาการทางระบบทางเดินหายใจส่วนบน (URI) : เก็บ Nasopharyngeal swab ร่วมกับ Throat swab/ Oropharyngeal swab ใส่ใน VTM/UTM 3 ml โดยรวมไว้ในหลอดเดียวกัน หรือ Nasopharyngeal aspirate, Nasopharyngeal wash ใส่ในภาชนะเก็บตัวอย่างปลอดเชื้อไม่ต้องใส่ VTM/UTM ส่งตรวจ 2019-nCoV PCR

2. ในกรณีของผู้ป่วยที่มีอาการทางระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง (เช่น pneumonia, ARDS) ให้เก็บตัวอย่างในข้อ 2.1 และ

     2.1. ในกรณีผู้ป่วยที่ไม่ได้ใส่ท่อช่วยหายใจ เก็บเสมหะใส่ในภาชนะเก็บตัวอย่างปลอดเชื้อ (sterile) (1) เพื่อตรวจ 2019-nCoV PCR 

     2.2. ในกรณีผู้ป่วยที่ใส่ท่อช่วยหายใจ เก็บ tracheal suction secretion ใส่ใน sterile container (2-3 mL) หากไม่มี secretion ตัดสาย suction ใส่ VTM/UTM เพื่อตรวจ 2019-nCoV PCR

     2.3. ในกรณีที่ผู้ป่วยเสียชีวิต ให้เก็บตัวอย่าง และส่งตรวจตามข้อ 2.2 หากไม่ได้ใส่ท่อช่วย หายใจให้เก็บชิ้นเนื้อปอดใส่ในภาชนะปลอดเชื้อที่มีน้้าเกลืออยู่ (saline)

หมายเหตุ กรณีที่ผลการตรวจผู้ป่วยเป็นลบ และผู้ป่วยมีอาการไม่ดีขึ้น อาจมีสาเหตุจากตัวอย่างที่ไม่เหมาะสม หรือด้อยคุณภาพ ควรทบทวนวิธีเก็บและน้าส่งตัวอย่าง แล้วเก็บตัวอย่างตรวจซ้้าหลังจากเก็บตัวอย่างครั้งแรก 24 ชั่วโมง

 

สถานที่ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ 2019-nCoV PCR

ส่งตรวจได้ที่ - สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์(NIH) - ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่เปิดให้บริการ - ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ สภากาชาดไทย (TRC-EID) - ห้องปฏิบัติการอื่นๆที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ประกาศ (อ้างอิงแนวทางบริหารจัดการการตรวจทางห้องปฏิบัติการและรายงานผล 5 ก.พ. 2563: เอกสารแนบ

รายชื่อห้องปฏิบัติการ.png

การเก็บตัวอย่างและแนวทางการประสานงาน

การส่งตรวจ1.png

การส่งตรวจ2.png  การส่งตรวจ3.png

การส่งตรวจ4.png

การส่งตรวจ5.png

แนวทางการประสานงานเพื่อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ 

1. เมื่อพบผู้ป่วย PUI และแจ้งผู้เกี่ยวข้องตามแนวทางที่ก้าหนดไว้ภายในจังหวัด และเมื่อแจ้งถึง SAT สคร./ สปคม. มีการสอบถามข้อมูล หากยืนยันผู้ป่วยเข้าเกณฑ์ตามนิยาม จะออกรหัสผู้ป่วย (Code case) และ ออกหนังสือน้าส่งตัวอย่างพร้อมเลขที่หนังสือ

     1.1. กรณีส่งตัวอย่างจากผู้ป่วยที่รักษาตัวในสถาบันบ้าราศนราดูร ผู้ส่งตรวจ คือ Operation DDC (Ops DDC) โดย SAT DDC ก้าหนดรหัสผู้ป่วย (Code case) เพื่อการส่งตัวอย่าง และ ออกเลขที่หนังสือ น้าส่ง

     1.2. กรณีส่งตัวอย่างจากผู้ป่วยที่รักษาตัวในสถานพยาบาลในกรุงเทพมหานคร ผู้ส่งตรวจรับรหัสผู้ป่วย (Code case) และ ออกเลขที่หนังสือน้าส่ง จาก สปคม.

     1.3. กรณีส่งตัวอย่างโดยจากผู้ป่วยที่รักษาตัวในสถานพยาบาลในเขตบริการสุขภาพที่ 1-12 ยกเว้น สถาบัน บ้าราศนราดูร ผู้ส่งตรวจรับรหัสผู้ป่วย (Code case) เพื่อการส่งตัวอย่างและหนังสือน้าส่งพร้อมเลขทีจาก SAT สคร การออกหนังสือน้าส่ง ให้ออกหนังสือน้าส่ง 1 ฉบับ ส่งไปยังห้องปฏิบัติการที่จะน้า ตัวอย่างส่งตรวจ

2. การส่งตัวอย่างผู้สัมผัสเสี่ยงสูงของผู้ป่วยยืนยัน สปคม./สคร. เป็นผู้ออกรหัสผู้สัมผัสและออกเลขที่หนังสือ น้าส่ง กรณีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ออกหนังสือน้าส่ง 1 ฉบับ ถึงห้องปฏิบัติการตามที่พื้นที่ก้าหนด หมายเหตุสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มหนังสือน้าส่งและใบน้าส่งสิ่งส่งตรวจได้ที่เว็บไซต์ของกรมควบคุมโรค (https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/guidelines.html) และให้ส่งตัวอย่างมาพร้อมกับแบบส่ง ตัวอย่างฯ ในกรณีส่งตัวอย่างหลายรายให้กรอกทะเบียนน้าส่งวัตถุตัวอย่าง (Sheet of sample’s list) ใส่ใบ น้าส่งและทะเบียนมาในกล่องน้าส่งตัวอย่างด้วย  

3. เมื่อท้าการตรวจสอบว่าตัวอย่างมีรหัสผู้ป่วย (Code case) หรือรหัสผู้สัมผัสแล้ว ให้ท้าการน้าส่งตัวอย่างทาง ห้องปฏิบัติการตามระบบภายในพื้นที่ เช่น ฝากส่งกับ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์หรือส่งผ่านระบบขนส่ง สาธารณะ (รถโดยสาร)

      ใน กทม. ให้สถานพยาบาลด้าเนินการส่งตัวอย่างไปยังห้องปฏิบัติการเอง

      สถาบันบ้าราศนราดูร: ส่งตัวอย่างจากสถาบันบ้าราศนราดูรไปที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข (NIH) โดย Operations DDC

      หน่วยบริการในเขตสุขภาพ 1-12 ส่งตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ในพื้นที่ตามระบบที่มีอยู่เดิม หรืออาจส่งไปตรวจที่ห้องปฏิบัติการอื่นที่สะดวกกว่าโดยใช้ระบบที่เคยปฏิบัติในพื้นที่ หากส่งมาตรวจ ที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ (NIH) ให้ส่งถึง NIH ได้เลย ไม่ต้อง ผ่านสถาบันบ้าราศนราดูร 

การส่งตรวจ6.png

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/guidelines.php

อนุกรรมการสารสนเทศและการสื่อสารองค์กร

13 กุมภาพันธ์ 2563

 

 

รายการไฟล์แนบ :
0_37720_36729_นพ.อเนก_โรคปอดอักเสบจาก Coronavirus 2019 (1).pdf ( Filesize : 1 MB )
G35 12-5-2563.pdf ( Filesize : 1 MB )
G31 แนวทางการส่งตรวจ 5 กพ 2563.pdf ( Filesize : 489 KB )