สภาเทคนิคการแพทย์
The medical technology council

วิสัยทัศน์ พันธกิจ ของแผนงานเครือข่ายวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่

Admin |  2005-12-01 00:00:00 |  1510 |  0 |  0 

 ข่าวประชาสัมพันธ์ ฉบับที่ 5/2548
 
 
บทนำ
                องค์การอนามัยโลกได้ตระหนักถึงความสำคัญของบุคลากรสาธารณสุขที่จะเป็นผู้มีบทบาทสำคัญที่สุดในการช่วยผู้ที่เสพติดบุหรี่ให้เลิกสูบ     จึงเป็นที่มาในการกำหนดประเด็นของการรณรงค์สำหรับปี  ค.ศ. 2005  นี้คือ  ?บุคลากรสาธารณสุขกับการควบคุมการสูบบุหรี่ :Health  Professional  and  Tobacco  Control?

 อีกทั้งยังได้เชิญผู้แทนองค์กรวิชาชีพด้านสาธารณสุขจำนวน 29  องค์กรเข้าร่วมประชุมเมื่อเดือน  มกราคม  ค.ศ. 2004  ที่กรุงเจนีวา  เพื่อร่วมกันร่างและเห็นชอบจรรยาปฏิบัติสำหรับบุคลากรด้านสาธารณสุขกับการควบคุมยาสูบในชื่อว่า  Code  of  practice  on  tobacco  control  for health professional organizations

 หลักการและเหตุผล
                สถานการณ์ทั่วโลกยังมีผู้เสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ปีละ  5  ล้านคน  และจะเพิ่มเป็นปีละ  10  ล้านคนในปี  พ.ศ.  2573   รายงานโรคต่าง ๆ  ที่เกิดจากการสูบบุหรี่ถึง  36  ชนิดด้วยกันได้แก่  มะเร็ง  10  ชนิด  โรคหัวใจและหลอดเลือด  4  ชนิด  ระบบสืบพันธุ์  4  ชนิด  และอื่น ๆ อีก  6  ชนิด  คนไทยเสียชีวิตจากโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่  ปีละ   42,000  คน  หรือ  วันละ115  คน  หรือชั่วโมงละ  5  คน

               ปัจจุบันแม้ว่าประเทศไทยเป็นที่ยอมรับจากสากลในเรื่องความก้าวหน้าในการควบคุมการบริโภคยาสูบ  แต่ก็ยังมีคนไทยที่ยังสูบบุหรี่มากกว่า  10  ล้านคน  พิษภัยจากการบริโภคยาสูบถือเป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับสองของการสูญเสียสุขภาพของคนไทย  รองจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย   เป็นที่ทราบกันดีว่าการสูบบุหรี่มีผลเสียต่อสุขภาพและเป็นสาเหตุของการเกิดทุพพลภาพและการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร  ซึ่งเป็นการสูญเสียทรัพยากรมนุษย์     แม้ว่าประชาชนทั่วไปจะรับรู้ว่าบุหรี่ทำลายสุขภาพ    มีกฎหมายห้ามสูบบุหรี่ในสถานที่สาธารณะมากมาย    แต่การสูบบุหรี่ก็มีแนวโน้มสูงขึ้น    โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น   กระบวนการสร้างแบรนด์   เป็นกระบวนการต่อเนื่องที่ลงทุนมหาศาล   ก่อให้เกิดกระแสนิยมการบริโภคยาสูบจึงไม่ลดลง

                วันงดสูบบุหรี่โลกปีนี้  (วันที่  31  พฤษภาคม  2548  )   มีคำขวัญว่า  ?บุคลากรด้านสุขภาพเพื่อการควบคุมยาสูบ?  ซึ่งได้ระบุในกรอบอนุสัญญาขององค์การอนามัยโลกว่าด้วยการควบคุมยาสูบ  WHO  (Framework  Convention  for  Tobacco  Control  หรือ  FCTC)  ว่าประเทศภาคีสมาชิกมีพันธะสัญญาร่วมกันที่จะจัดการปัญหายาสูบในระดับชาติและนานาชาติ  โดยได้รับการสนับสนุนจากสมาคมวิชาชีพต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง  การรวมพลังวิชาชีพสุขภาพเพื่อควบคุมการบริโภคยาสูบจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง  ในการสร้างความเข้มแข็งมากขึ้น   การรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นมากขึ้นให้เกิดการรับรู้ถึงภัยคุมคามจากการบริโภคยาสูบในวงกว้างทั่วประเทศ   เริ่มจากโรงพยาบาลทุกจังหวัดทั้งภาครัฐและเอกชน   โรงพยาบาลชุมชนทุกอำเภอ  โรงเรียน  สถานที่ราชการทุกแห่ง  และบริษัทห้างร้านทุกแห่ง 

                บุคลากรด้านสุขภาพต้องเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม  ส่งถ่ายข้อมูลและข้อเท็จจริงที่พิษภัยของบุหรี่มี่ผลเสียต่อสุขภาพ   นอกเหนือจากโฆษณาชวนเชื่อของบริษัทบุหรี่สู่ผู้ป่วย   โดยสอดแทรกทุกขั้นตอนของการตรวจวินิจฉัย   การรักษา   การป้องกันและการฟื้นฟูสภาพ   คลินิกงดสูบบุหรี่   การให้คำปรึกษาเรื่องการงดบุหรี่รวมถึงการสร้างกลยุทธ์ใหม่ยึดพื้นที่อนาคตของชาติให้พ้นภัยจากบุหรี่   ปัจจุบันวิชาชีพด้านสุขภาพ   อันได้แก่   แพทย์   พยาบาล   เภสัชกร   ทันตแพทย์  และนักสาธารณสุข   ได้รวมตัวกันเพื่อกำหนดบทบาทเชิงรุกในการเข้าไปควบคุมการบริโภคยาสูบกันมากขึ้น   แต่ละวิชาชีพได้สร้างเครือข่ายในโครงสร้างการบริหารที่ปรากฎในภาครัฐและภาคเอกชน   มีวัตถุประสงค์ที่นำจรรยาปฎิบัติขององค์การอนามัยโลกไปปฎิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรม

                เครือข่ายสหวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่มีเป้าหมายที่จะเป็นเครือข่ายความรู้ให้กับประชาชน  เป็นเครือข่ายที่สร้างความห่วงใยในชีวิตที่มีคุณภาพ  ครอบครัวที่อบอุ่น  ชุมชนที่เข้มแข็ง  และเป็นเครือข่ายที่ก่อกำเนิดสายใยจากทุกชนชั้นให้รวมพลังเป็นกำแพงที่แข็งแกร่งปกป้องเยาวชนให้พ้นจากพิษภัยบุหรี่  เพื่อสังคมไทยในยุคใหม่ปลอดบุหรี่  ปลอดโรค  และพร้อมที่จะเป็นพลังสร้างสรรค์อย่างมีคุณค่าแก่สังคมตลอดไป

วิสัยทัศน์ของชุดโครงการ
                รวมพลังวิชาชีพสุขภาพสร้างสังคมไทยปลอดบุหรี่

พันธกิจของแผนงานเครือข่ายวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่
 
1.     ประสานงานกับองค์กรวิชาชีพสุขภาพให้ร่วมกันรับรองจรรยาปฏิบัติ ( Code of Practice ) ว่าด้วยการควบคุมการบริโภคยาสูบ 14 ข้อขององค์การอนามัยโลก และผลักดันให้เกิดรูปธรรมในวงการสาธารณสุขไทย

 2.     ขับเคลื่อนให้เกิดพลังกระแสให้สังคมไทยตระหนักถึงพิษภัยจากการสูบบุหรี่  โดยประสานงานกับเครือข่ายองค์กรวิชาชีพด้านสุขภาพต่างๆ ในการรณรงค์งดสูบบุหรี่

 3.       สนับสนุนและผลักดันให้เกิดนโยบายสาธารณะเพื่อการควบคุมการบริโภคยาสูบในระดับองค์กรและระดับชาติ

 4.       สร้างบุคลากรด้านสุขภาพให้เป็น?ต้นแบบ? ด้านสุขภาพที่ปลอดบุหรี่

 5.       ผลักดันให้มีการบรรจุเนื้อหาการควบคุมการบริโภคยาสูบในหลักสูตรของทุกวิชาชีพด้านสุขภาพ

 6.       ขยายเครือข่ายสหวิชาชีพสุขภาพไปยังวิชาชีพสาขาอื่นๆ อันได้แก่เทคนิคการแพทย์  กายภาพบำบัด  และสหเวชศาสตร์สาขาอื่นๆ